ปภ. รายงาน อิทธิพล พายุ 3 ลูก หลายจังหวัดอ่วมหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ปภ. รายงานสถานการณ์ล่าสุด อิทธิพล พายุ 3 ลูก คมปาซุ-ไลออนร็อก-เตี้ยนหมู่ หลายจังหวัดอ่วมหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 18 ต.ค. 2564 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 18 ต.ต.

ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 8 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สมุทรปราการ นครปฐม และกาญจนบุรี รวม 24 อำเภอ 43 ตำบล 107 หมู่บ้านประขาชนได้รับผลกระทบ 2,909 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด 21 อำเภอ 40 ตำบล 104 หมู่บ้าน 2,909 ครัวเรือน ดังนี้

ขอนแก่น น้ำท่วมในพื้นที่อ.โคกโพธิ์ไชย ระดับน้ำลดลง ชัยภูมิ น้ำท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.คอนสาร อ.บ้านเขว้า อ.บ้านแท่น อ.เทพสถิต อ.จัตุรัส อ.บำเหน็จณรงค์ อ.เกษตรสมบูรณ์ อ.เนินสง่า และอ.หนองบัวระเหว ระดับน้ำทรงตัว บุรีรัมย์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.นางรอง อ.เมืองบุรีรัมย์ และอ.เฉลิมพระเกียรติ ระดับน้ำลดลง

ศรีสะเกษ น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ภูสิงห์ และอ.ขุนหาญ ระดับน้ำทรงตัว นครปฐม น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเลน อ.นครชัยศรี อ.สามพราน และอ.เมืองนครปฐม ระดับน้ำลดลง สระแก้ว น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสระแก้ว และอ.วัฒนานคร

ส่วนอิทธิพลพายุ “คมปาซุ” ซึ่งได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความอากาศต่ำ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตั้งแต่วันที่ 15 -17 ต.ค.ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่

ตาก เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก รวม 12 อำเภอ 33 ตำบล 112 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,326 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด 7 อำเภอ 19 ตำบล 78 หมู่บ้าน 2,216 ครัวเรือน ดังนี้

ลพบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.โคกสำโรง อ.ชัยบาดาล อ.บ้านหมี่ และอ.ลำสนธิ ระดับน้ำลดลง ปราจีนบุรี น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม และอ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำลดลง

ขณะที่อิทธิพลพายุ “ไลออนร็อก” ตั้งแต่วันที่ 8 – 14 ต.ค.ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เลย เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร และระนอง รวม 20 อำเภอ 90 ตำบล 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด 7 อำเภอ 15 ตำบล 59 หมู่บ้าน 3,317 ครัวเรือน ดังนี้

จันทบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เขาคิชฌกูฎ อ.มะขาม อ.ขลุง อ.เมืองจันทบุรี และอ.แหลมสิงห์ ระดับน้ำลดลง ตราด น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เขาสมิง และอ.เมืองตราด ระดับน้ำลดลง

ในส่วนของผลกระทบจากพายุ “เตี้ยนหมู่” ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. – 7 ต.ค.ทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 33 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี

ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 225 อำเภอ 1,201 ตำบล 8,218 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,367 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย (ลพบุรี 11 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด รวม 40 อำเภอ 285 ตำบล 1,570 หมู่บ้าน 83,047 ครัวเรือน ดังนี้

ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.โคกโพธิ์ชัย อ.ชนบท อ.พระยืน อ.มัญจาคีรี อ.บ้านแฮด อ.บ้านไผ่ และอ.เมืองขอนแก่น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำลดลง มหาสารคาม มวลน้ำจาก จ.ขอนแก่นไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.โกสุมพิสัย อ.กันทรวิชัย และอ.เมืองมหาสารคาม ระดับน้ำทรงตัว นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.โนนสูง อ.พิมาย อ.คง อ.ประทาย อ.ชุมพวง และอ.เมืองยาง ระดับน้ำลดลง

ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองลพบุรี และอ.บ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สุพรรณบุรี ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และอ.พรหมบุรี ระดับน้ำลดลง อ่างทอง ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอ่างทอง อ.ไชโย อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ และอ.สามโก้ ระดับน้ำลดลง

พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางไทร อ.บางปะอิน อ.มหาราช อ.นครหลวง อ.บางปะหัน และอ.บางซ้าย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง

ปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ริมน้ำ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปทุมธานี และอ.สามโคก ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ

ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง