ผู้เชี่ยวชาญน้ำ ชี้ คมปาซุ ทำฝนตกทุกภาค อีสานอ่วมสุด น้ำท่วมถึงต้น พ.ย.

ผู้เชี่ยวชาญน้ำ เตือนให้เฝ้าระวังอิทธิพลพายุ คมปาซุ ทำฝนตกทุกภาค น้ำทะเลจะหนุนสูง เผยภาคอีสานอ่วมสุด น้ำท่วมถึงต้น พ.ย.

13 ต.ค. 2564 – นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือทีมกรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ เปิดเผยถึงความคืบหน้าพายุคมปาซุ(#18)ว่า หลังจากทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากที่ไหหลำแล้ว จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น

มีผลต่อประเทศไทยช่วงวันที่ 13-14 ต.ค. มีฝนตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน คาดว่า จะมีฝนตกหนักเป็นหย่อมๆ ในพื้นที่อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ หล่มสัก วิเชียรบุรี นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

จากนั้นวันที่ 16-17 ต.ค. จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักเป็นหย่อม ๆ ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ตามแนวร่องความกดอากาศต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี

นายชวลิต กล่าวอีกว่า สภาวะน้ำท่วมที่มีอยู่ทุกวันนี้เป็นผลมาจากวันที่ 24-25 ก.ย. มีพายุเตี้ยนหมู่ และร่องฝนร่องความกดอากาศต่ำกำลังแรง และลมมรสุมกำลังแรง มีผลมาอย่างต่อเนื่อง ยังมีอิทธิพลมาจากวันที่ 11-12 ต.ค. มีพายุไลออนร็อก ปะทะกับมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน จึงสลายตัว ทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้างและ มีฝนตกหนักเป็นหย่อม ๆ และวันที่ 14-15 ตุลาคมจะมีพายุคมปาซุ ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักเป็นหย่อม ๆ ในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก

ทำให้สภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำชี ในพื้นที่สองตลิ่งของแม่น้ำชีตั้งแต่มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และ อุบลราชธานี จะกลับสู่ปกติ หลังวันที่ 20 ต.ค. ส่วนสภาวะน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก โดยเฉพาะในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ของบางบาล เสนา บางไทร ปทุมธานี และนนทบุรี จะกลับคืนสู่ภาวะปกติในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

โดยในพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี และ กรุงเทพฯ นั้น จะมีอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งหนึ่ง ทำให้น้ำอัดเอ่อ ขึ้นท่วมในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำสองตลิ่งของแม่น้ำ เจ้าพระยา ในช่วงสั้น ๆ วันที่ 21- 22 ต.ค.