เร่งดับกว่า 2 ชั่วโมง! ไหม้โรงไฟฟ้าพระนครใต้ สำลักควัน 3 คน ผอ.แจงผลกระทบ

เร่งดับกว่า 2 ชั่วโมง! ไฟไหม้โรงไฟฟ้าพระนครใต้ เจ้าหน้าที่สำลักควัน 3 คน ผอ.แจงเป็นอาคารเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน อยู่ระหว่างรื้อถอน ไม่มีผลกระทบไปด้านนอก

วันที่ 8 ต.ค.64 พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เมฆษา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงไฟฟ้าพระนครใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ ต.บางโปรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงประสานรถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนหลายคัน เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณตัวอาคารผลิตไฟฟ้าอาคารเก่าที่ได้ปิดดำเนินการไปแล้ว โดยต้นเพลิงอยู่บริเวณชั้นล่าง พบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งเป็นรังผึ่งขนาดใหญ่ ส่งผลทำให้เกิดกลุ่มควันและแสงเพลิงเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำและเคมีโฟมนานกว่า 2 ชม.จึงคุมเพลิงเอาไว้ได้ นอกจากนี้ที่เกิดเหตุยังพบถังแก๊สและอุปกรณ์ตัดเหล็กวางอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บเกิดจากการสำลักควัน พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จำนวน 3 คน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและได้รับอันตรายรุนแรงแต่อย่างใด

ต่อมาที่ห้องประชุม โรงไฟฟ้าพระนครใต้ นายวีระพงษ์ ประสาทศิลปิน ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ พร้อมด้วย พ.อ.กฤษภาณุ จำนงค์วงศ์ รอง ผอ.กอ.รมน.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.เมืองสมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมสรุปสถานการณ์ และศึกษาผลกระทบโดยรอบที่เกิดขึ้น

นายวีรพงษ์ เปิดเผยว่า หลังการประชุมว่า สำหรับตัวอาคารดังกล่าวทางโรงไฟฟ้าได้ปลดออกจากระบบและหยุดดำเนินการผลิตแล้ว แต่อยู่ระหว่างให้บริษัทรับเหมาเข้ารื้อถอนอุปกรณ์และขนย้ายวัสดุภายในอาคาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนโลหะ เพื่อปรับพื้นที่ จึงไม่กระทบกับกระบวนการผลิตไฟฟ้าและการจ่ายไฟแต่อย่างใด ส่วนผลกระทบจากกลุ่มควันนั้น ทางโรงไฟฟ้ายืนยันว่า บริเวณเพลิงไหม้นั้นไม่มีสารเคมีและวัตถุอันตรายแต่อย่างใด

นายวีรพงษ์ กล่าววอีกว่า ส่วนสาเหตุคาดว่า เกิดจาการทำงานรื้อถอนและเกิดการลุกไหม้วัสดุ แต่อย่างไรก็ตามจะได้เร่งสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนจุดเกิดเหตุนั้นคือ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งเป็นโลหะแต่วัสดุที่ติดไฟได้นั้นได้ทำการขนยายอกไปเกือบหมดแล้ว ส่วนสถานการณ์ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว อย่างไรก็ตามกลิ่นนั้นมีเฉพาะบริเวณจุดเกิดเหตุเท่านั้น ยังไม่กระทบออกไปด้านนอก เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นๆ แต่หลังจากนี้จะได้ออกไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและทำความเข้าใจต่อไป