อำเภอปายป่วน! สั่งล็อกดาวน์ 9 หมู่บ้าน หลังยอดผู้ป่วยโควิด พุ่งไม่หยุด

ด่วน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ประกาศล็อกดาวน์ 9 หมู่บ้าน ใน 2 ตำบล จำกัดการแพร่ระบาดโควิด หลังยอดผู้ป่วยพุ่งไม่หยุด ขอปชช.รีบฉีดวัคซีนด่วน

เมื่อวันที่ 7 ต.8.64 นายอนุสรณ์ มณีเลิศ นายอำเภอปาย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกคำสั่งอำเภอ เรื่อง การควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันและจำกัดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โดยมีสาระสำคัญว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดกระจายไปในหลายพื้นที่หมู่บ้าน ดังนั้นเพื่อเป็นการจำกัดการแพร่ระบาด และควบคุมโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค COVD-19 ในเขตพื้นที่ตำบลเวียงเหนือ และพื้นที่ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย ไม่ให้แพร่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง จึงมีคำสั่งกำหนดมาตรการ ดังนี้

ให้หมู่ที่ 2-4, 6, 8-10 ต.เวียงเหนือ และ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.แม่นาเติง อ.ปาย เป็นพื้นที่ควบคุมเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 6-20 ต.ค.64 หรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยห้ามเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่เพื่อการรักษาพยาบาล การกู้ชีพ การกู้ภัย หรือกรณีที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโรคติดต่อในพื้นที่ ตลอดห้วงระยะเวลาของคำสั่งนี้

ห้ามพบปะหรือปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัวอื่น ห้ามจัดกิจกรรม สังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง พิธีกรรมหรืองานประเพณีใดๆ ห้ามรวมตัวกันในที่สาธารณะเกินกว่า 3 คน และให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด ประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าว ที่ไม่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ที่ยังคงมีความจำเป็นในการเดินทางเข้า-ออก พื้นที่หมู่บ้านตำบล เพื่อประกอบอาชีพ ให้แจ้งต่อเจ้าหนักงานควบคุมโรคในพื้นที่ เพื่อกำหนดเวลาอนุญาตเข้า-ออกพื้นที่ และต้องเข้า-ออก ตามเวลาที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคในพื้นที่กำหนด

การส่งสินค้าหรือพัสดุ ให้นัดรับ-ส่งพัสดุ ณ ด่านของหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นตลอดห้วงระยะเวลาของคำสั่งนี้ เว้นแต่บ้านของผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่เป็นผู้รับพัสดุแทน และจัดส่งให้ผู้รับที่เป็นผู้สัมผัสเสียงสูงต่อไป

ทั้งนี้ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กองร้อยทหารพื้นที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จัดชุดปฏิบัติการตรวจตรา ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เพื่อควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดห้วงระยะเวลาของคำสั่งนี้

อนึ่ง การดำเนินการตามคำสั่งนี้ เป็นไปตามพระราชกำหนด เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้ข้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ หากผู้ใดฝ้าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ว่าในวันนี้ ( 7 ) มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ทั้งหมด 534.ราย พบเชื้อ37.รายเป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด ประกอบด้วย อ.แม่สะเรียง 9 ราย, อ.สบเมย 19 ราย, อ.แม่ลาน้อย 3 ราย, อ.ปาย 5 ราย และ อ.ขุนยวม 1 ราย เคสส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อมาจากคลัสเตอร์เดิมๆ ซึ่งการระบาดมาจากการร่วมกันเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร และเคยไปร่วมงานเลี้ยงที่ต่างจังหวัด

แต่มีอีกเคสหนึ่งที่น่ากังวลคือ เคสที่ Case.MS854- MS855เพศชาย อายุ 29 ปีและ 24 ปีเช่าบ้านพักที่บ้านไร่ ต.แม่สะเรียง และบ้านป่าหมาก อ.แม่สะเรียง เป็นพนักงานส่งน้ำอัดลมตามร้านต่างๆ ใน อ.แม่สะเรียง, อ. เมืองแม่ฮ่องสอน, อ.แม่ลาน้อย, อ.สบเมย, อ.ขุนยวม และ อ.อมก๋อย เชียงใหม่ เริ่มมีอาการป่วยไล่เลี่ยกัน วันที่ 1-4 ต.ค.64 ซื้อชุดตรวจ ATK มาตรวจเอง ผลเป็นบวก มารับการตรวจรักษาที่รพ. แม่สะเรียงผลการตรวจด้วยวิธี RT-PCR พบเชื้อ

สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้ 1 ราย มีรายละเอียด ดังนี้ Case. MS704 เพศชาย อายุ 57 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่บ้านแม่ปาง ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย เริ่มมีอาการป่วย วันที่ 28 ก.ย.64 เข้ารับการรักษาที่รพ.แม่ลาน้อย โดยมีอาการของการขาดเหล้า สับสน ชัก ไข้ จึงส่งตัวเพื่อรับการรักษาต่อที่รพ.ศรีสังวาลย์ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดอักเสบจากเชื้อโควิด แบบรุนแรง พบออกซิเจนในเลือดต่ำ ใช้เครื่องช่วยหายใจอัตราไหลสูง ให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส เรมเดสิเวียร์ และรักษาอาการติดเหล้า

ในวันที่ 6 ต.ค.64 ผู้ป่วยมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลงเรื่อยๆ มีภาวะเลือดเป็นกรด อวัยวะล้มเหลวหลายระบบ ความดันโลหิตต่ งอย่างต่อเนื่อง และเสียชีวิตในเวลา 17.10 น. แพทย์ลงวินิจฉัยว่าเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด 19โดยมีปัจจัยเสี่ยง คือ ติดสุราและไม่มีประวัติการได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19. รวมมีผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด 10 ราย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19.ในจังหวัดมีแนวโน้มกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น หากมีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมารักษาในโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุข ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนทุกคน.ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด และไปรับการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิด-19.ที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการฉีดวัคซีน เชิงรุกในพื้นที่เพื่อเป็นการป้องกันโรค ลดความรุนแรงของโรค.และลดการเสียชีวิต หากมีการติดเชื้อโควิด-19