ย้ำ 4 จ.ภาคใต้ ต้องตื่นตัว ป้องกัน-ฉีดวัคซีน หากปล่อยไว้ อาจหนักเท่า กทม.

โควิด : ปลัด สธ. สั่งเข้มมาตรการ ป้องกันตนเองสูงสุด พื้นที่ภาคใต้ หลังพบทำได้น้อย ผู้นำศาสนาต้องส่งเสริมการฉีดวัคซีน หวั่นหากไม่ทำอะไรอาจระบาดหนักเท่า กทม.

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2564 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการควบคุมโรค โควิด-19 ในพื้นที่ภาคใต้ ว่าพื้นที่ 4 จังหวัด ภาคใต้มีการระบาดมากขึ้น พบการระบาดทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ เบตา อัลฟา และเดลตา จากการลงพื้นที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งจ.ยะลา จ.สงขลา จ.ปัตตานี ต้องมีมาตรการต่างเข้มมากขึ้น

อย่างการส่งเสริมร้านอาหาร ร้านค้า หรือการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับ มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร และการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล แม้จะไม่ได้บังคับแต่เป็นการเชิญชวน อย่างการไปร้านอาหาร ร้านค้า หากไม่มีการทำ โควิด ฟรีเซตติ้ง ประชาชนต้องช่วยกันทวงถาม เพื่อให้เกิดการตื่นตัว

“ประเด็นคือ จากการลงพื้นที่พบว่า การส่งเสริมให้เกิดการป้องกันตนเองครอบจักรวาลยังไม่ค่อยมีมากนัก ดังนั้นกรมอนามัย ศูนย์อนามัยเขต กรมควบคุมโรคเขต สสจ. ต้องตื่นตัวเรื่องนี้ เข้าใจว่าอาจมีเรื่องปัญหาสังคมวัฒนธรรมอยู่บ้าง แต่เข้าใจว่าเรื่องการดูแลสุขภาพจะก้าวข้ามได้

ตอนแรกอาจไม่ค่อยรณรงค์มากนัก ซึ่งได้ให้นโยบายไปแล้ว โดยขณะนี้ นพ.สุเทพ เพชรมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการ สธ. อยู่ในพื้นที่และรับนโยบายดังกล่าวไปแล้ว และจะรายงานข้อมูลขึ้นมา” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญจะต้องมีมาตรการต่าง ๆ ควบคู่กันเพื่อป้องกันโรคในพื้นที่ภาคใต้ให้ได้ โดยมีทั้งการส่งชุดตรวจ ATK ลงไปเพิ่มเติม ส่งยาฟาวิพิราเวียร์เนื่องจากมีการใช้ยาเพียง 30% ทำให้อัตราการเสียชีวิตยังสูง

แนะนำว่า ก่อน 4 วัน แรกต้องให้ยาเพราะได้ผลดีมาก ขณะนี้ส่งไปประมาณ 1 ล้านเม็ด และจะติดตามการดำเนินการควบคุมป้องกันโรคเพิ่มเติม ขณะเดียวกันยังได้ส่งวัคซีน โควิด เข้าไปอีกเป็นแสนโดส ทั้งแอสตร้าเซนเนกา ซิโนแวค และไฟเซอร์

เมื่อถามว่าพื้นที่ชายแดนใต้ยังไม่ค่อยฉีดวัคซีน เนื่องจากความเชื่อวัฒนธรรม นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจ พยายามให้ผู้นำทางศาสนาเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเรื่องสุขภาพน่าจะก้าวข้ามเรื่องสังคมได้ และคิดว่าทุกวัฒนธรรมอยากให้คนมีสุขภาพดี แข็งแรง

เมื่อถามว่าหากไม่มีการดำเนินการใด ๆ คาดการณ์ว่าภาคใต้จะระบาดหนักเทียบ กรุงเทพฯ ในระยะเวลาเท่าใด นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ตนได้ให้นโยบายไปดำเนินการจัดทำแบบจำลองในแต่ละจังหวัด รวมทั้ง 4 จังหวัดภาคใต้ แต่ยังไม่ได้รับรายงานกลับมา

ผู้สื่อข่าวถามว่าภาคใต้เจอ 3 สายพันธุ์จะต้องปรับสูตรวัคซีนหรือไม่ นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า อาจมีปัญหาบ้าง แต่วัคซีนยังใช้เป็นสูตรมาตรฐานอยู่เพราะยังป้องกันได้ เพียงแต่เบตา อาจป้องกันน้อย กว่าตัวอื่น แต่ที่เหมือนกันคือ ไม่ป่วยหนัก ไม่เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทางภาคใต้ระบบการดูแลรักษายังพอเพียง มีโรงพยาบาลสนามประมาณ 2 พันเตียง

เมื่อถามว่าทางภาคใต้จำเป็นต้องล็อกดาวน์หรือไม่ นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ได้ให้นโยบายไว้เหมือนกัน หากมาตรการที่มีอยู่ไม่เพียงพอ อาจต้องใช้มาตรการทางสังคมเช่นกัน