โคราชอ่วม น้ำทะลักเข้าเมือง ทรัพย์สิน-สัตว์เลี้ยงจมน้ำหมด ล่าสุดรถบัสตกถนนจมครึ่งคัน

วันนี้ (28 กันยายน 2564) สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดนครราชสีมา ยังน่าเป็นห่วงหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขต อ.เมืองนครราชสีมา เส้น 205 ถนนสุรนารายณ์  ไปทาง ต.โคกสูง -ลำเชิงไกร อ.เมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าไปยัง อ.โนนไทย พบว่า น้ำไหลหลากท่วมผิวจราจร ยาวเกือบ 1 กิโลเมตร ระดับน้ำสูงกว่า 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ซึ่งช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พบว่า เกิดอุบัติเหตุ รถบัสโดยสารขนส่งพนักงานพลิกคว่ำตกถนน เนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรงและมองไม่เห็นผิวจราจร โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนอีกจุดเป็นทางเข้าหมู่บ้านลำเชิงไกร หมู่ 9 ต.โคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา พบว่า ระดับน้ำทีไหลหลากมาจากลำเชียงไกร เพิ่มระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยระดับน้ำล่าสุด สูงกว่า 60 เซนติเมตร ชาวบ้านใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก เพราะมวลน้ำหลากเข้าท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว และเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านถูกตัดขาดเป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร รถเล็กทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ซึ่ง มทบ.21 ได้จัดกำลังพล พร้อมเรือท้องแบนและยานพาหนะยกสูง เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในเบื้องต้นแล้ว และมีเจ้าหน้าที่ ปภ.กับกู้ภัย ฯ เข้ามาสมทบ ช่วยอพยพลำเลียงชาวบ้านในจุดเสี่ยงสูงไปยังที่ปลอดภัย

โดยนายช่วย เขื่อนโคกสูง อายุ 70 ปี ชาวบ้านบ้านลำเชียงไกร หมู่ 9 ต.โคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า มวลน้ำหลากเข้าหมู่บ้านลำเชิงไกรประมาณ 20.00 น.วานนี้ (27 กันยายน 2564) ไหลหลากมาจาก อ.ด่านขุนทด เข้าอ่างเก็บน้ำลำเชิงไกร ตอนล่าง อ.โนนไทย แล้วลงมายังพื้นที่ ต.โคกสูง ระดับน้ำสูงถึงคอ  ซึ่งที่บ้านตนระดับสูงประมาณเอว แต่ทรัพย์สินหลายอย่าง ทั้งรถจักรยานยนต์ เครื่องสูบน้ำ เครื่องไถนา  เป็ดไก่อีกประมาณ 500 ตัว  และสิ่งของในบ้านโดนน้ำท่วมหมด ขนย้ายไม่ทันจริงๆ ต้องปล่อยให้จมน้ำเสียหายอยู่อย่างนั้น เจ้าหน้าที่ฯ เข้าไปช่วยเหลือได้แค่อพยพคนออกมาเท่านั้น   ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มจะลดลงบ้างแล้ว ภาวนาอย่าให้ฝนตกลงมาซ้ำ

ส่วนความคืบหน้า กรณี คันดินกั้นอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ถูกมวลน้ำซัดพังทลายเป็นความกว้างประมาณ 10 เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำภายในอ่างมีมากจนเกินความจุ ก่อนที่คันดินจะพังทลาย ล่าสุดสถานการณ์น้ำภายในอ่าง มีแนวโน้มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 1.5 – 2 เมตร โดยปริมาณน้ำที่ไหลเข้า น้อยกว่าน้ำที่ไหลออก จึงไม่มีความจำเป็นต้องตัดคันดินเพิ่มในจุดอื่น เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำ แต่ต้องระมัดระวัง ติดตามสถานการณ์มวลน้ำจากห้วยสามบาทที่จะไหลลงมาสมทบเพิ่มเติม

ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ระดับน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ชุมชนใต้อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรค่อยๆลดระดับต่ำลง ถนนบางเส้นทางรถยนต์สามารถสัญจรผ่านได้บ้างแล้ว รวมถึงการไหลของน้ำได้ลดความรุนแรงลงจึงทำให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงติดอยู่ภายในพื้นที่ประสบภัยเป็นไปด้วยความสะดวกมากยิ่งขึ้น