วิกฤตสุดรอบ 10 ปี! น้ำป่าจมอุ้มผาง ท่วมไม่ทันตั้งตัวนับเมตร ซัดบ้านลอยหาย

วิกฤตสุดรอบ 10 ปี! น้ำป่าจมอุ้มผาง ท่วมไม่ทันตั้งตัวนับเมตร ซัดบ้านลอยหาย รีสอร์ตหลายแห่งก็ถูกน้ำหลาก เจ้าหน้าที่ระดมเร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

วันที่ 26 ก.ย.64 สถานการณ์ฝนตกหนักที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะที่อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงชัน การเดินทางยากลำบากที่สุดในจังหวัด ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักมาก บนยอดดอยสูงเหนือตัวอ.อุ้มผาง และตกแบบไม่หยุดนานหลายชั่วโมงถึงเช้า ส่งผลทำให้น้ำป่าจากลำห้วยอุ้มผางไหลล้นตลิ่งแบบฉับพลัน เข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมากและไหลเข้าท่วมภายในรีสอร์ตหลายแห่งที่สร้างติดลำห้วยอุ้มผาง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านใหม่ท่าแพ หมู่ 6 ต.อุ้มผาง อ.อุ้มผาง ซึ่งความแรงของน้ำป่าสีแดงขุ่นที่ไหลด้วยความเร็วสูงได้พัดพาบ้านเรือนขนาดเล็กของประชาชนหลายหลังหายไปกับกระแสน้ำป่า ส่วนสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้ติดแนวลำห้วยอุ้มผาง ไม่สามารถขนย้ายสัตว์เลี้ยงหนีน้ำป่าได้ทัน จนถูกน้ำป่าพัดสัตว์เลี้ยงหายไปจำนวนหลายคอกเลี้ยง

ขณะเดียวกันบนถนนสายอุ้มผาง-บ้านปะหละทะ หมู่ที่ 6 ต.อุ้มผาง อ.อุ้มผาง ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อไปแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของอำเภออุ้มผาง โดยช่วงหลักกิโลเมตรที่ 1 มีน้ำป่าทะลักแนวลำห้วยกลางหมู่บ้านไหลเข้าท่วมบนถนนสูงกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลอุ้มผางต้องปิดการจราจรชั่วคราว

นอกจากนี้สองข้างถนนสายดังกล่าวยังเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนประชาชนและยังเป็นที่ตั้งของรีสอร์ตท่องเที่ยวขนาดใหญ่จำนวนมากก็ถูกน้ำป่าท่วมสูงไม่ต่ำกว่า 1 เมตร

ด้านนายสเดชชัย สุวรรณจันทร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลอุ้มผาง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลอุ้มผาง พร้อมฝ่ายปกครองอำเภออุ้มผางและหน่วยกู้ชีพกู้ภัยอำเภออุ้มผางและฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งนำเรือจำนวนนับสิบลำเร่งออกไปอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงอันตรายจำนวน 3 จุด ซึ่งเป็นจุดน้ำท่วมสูงและยังมีชาวบ้านหลายคนติดอยู่ภายในบ้านที่ถูกน้ำป่าท่วมสูง แต่การช่วยเหลือค่อยข้างยากลำบาก เนื่องจากฝนยังคงตกหนักแบบไม่หยุดและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงทุกชั่วโมง จนทำให้ต้องมีการตัดกระแสไฟฟ้าทั้งอ.อุ้มผางเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันอันตรายต่อชาวบ้านและคาดว่าน้ำจะท่วมขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งน้ำท่วมอำเภออุ้มผางในครั้งนี้วิกฤตหนักสุดในรอบกว่า 10 ปี