ชาวบ้านโอดไม่รู้น้ำมาจากไหน คืนเดียวพุ่งพรวด 2 เมตร ท่วม 10 อำเภอ จมเกือบ 100 หลัง

พิจิตรอ่วม! น้ำท่วม 10 อำเภอ แม่น้ำยมเอล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนประชาชน จมเกือบ 100 หลังคาเรือน ชาวบ้านโอดไม่รู้น้ำมาจากไหน คืนเดียวพุ่งพรวด 1-2 เมตร

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.พิจิตร ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง บริมาณน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลมาจากจ.สุโขทัย พิษณุโลก ยังมีปริมาณสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอของจ.พิจิตร คือ อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และอ.โพทะเล ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำ ในจังหวัดตอนบน ทั้งสุโขทัย พิษณุโลก และน้ำฝนที่ตกสะสม

โดยเฉพาะน้ำที่มีปริมาณมาก จึงทำให้ล้นตลิ่งเข้าท่วม 2 อำเภอประกอบไปด้วย อ.สามง่าม ท่วมเพิ่มอีก 4 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 12 กว่า 70 หลังคาเรือน น้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร นอกจากนี้ น้ำดังกล่าวยังไหลเข้าท่วมนาข้าวกว่า 1,000 ไร่จมน้ำได้รับความเสียหาย

ขณที่น้ำในแม่น้ำยมยังไหลบ่าล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่บ้านจิกสามร้อย หมู่ที่ 1 ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านเรือนประชาชนกว่า 15 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วม ระดับน้ำสูง 50-60 เซนติเมตร รวมทั้งห้องสุขาซึ่งอยู่ชั้นล่างของบ้านถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้การได้ ชาวบ้านที่มีสมาชิก ครอบครัวจำนวนมาก ยังต้องใช้เตียงนอน ที่พ้นน้ำอาศัยนอนในชั้นล่างที่น้ำท่วมขัง

นายธีรพงษ์ เพ็ชรพงษ์ นายองค์การบริหารส่วนตำบลรังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมา เกิดมวลน้ำสะสมจากภาคเหนือตอนบน ส่งผลให้มีมวลน้ำเหนือจากด้านอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ไหลบ่าลงมาต่อเนื่อง ประกอบกับมวลน้ำป่าจากด้านจ.กำแพงเพชรไหลลงมาสมทบที่คลองธรรมชาติ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่อ.สามง่าม โดยเฉพาะต.รังนก ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชน

ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวแบบยกสูง โดยมวลน้ำดังกล่าวเอ่อท่วมแผ่ขยายวงกว้างออกไปเป็น 4 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 70 หลังคาเรือน ประกอบไปด้วยหมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 12 มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร

รวมทั้งพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่เป็นนาข้าวที่ออกรวงใกล้เก็บเกี่ยวกว่า 1,000 ไร่จมน้ำเสียหาย ซึ่งขณะเกิดน้ำเอ่อล้นประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ต่างเร่งขนย้ายสัตว์ และสิ่งของมีค่าไปไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมกับนำเรือออกมาพายสัญจรไปมาเข้าออกหมู่บ้าน รวมถึงนำเรืออกมาหาจับสัตว์น้ำเป็นอาหาร และอาชีพเสริมในฤดูน้ำหลากตามภูมิปัญญาชาวบ้าน

ด้านนายสังเวย แสงนวล ชาวบ้านรังนก หมู่ที่ 3 ต.รังนก เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ลำน้ำยมจากแทบจะไม่ค่อยจะมีน้ำสักเท่าไหร่ หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันจากพายุลูกที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำยมที่ต.รังนกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยเพียงคืนเดียวระดับน้ำสูงขึ้นถึง 1-2 เมตร ชาวบ้านต่างตกใจ ไม่รู้ว่าน้ำมาจากไหนบ้าง ต่างเร่งขนของหนีน้ำ และเอาเรือออกมาใช้ แต่ก็ไม่มีความเสียหายอะไรมากนัก เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรับตัวกับสภาพน้ำได้ดี เนื่องจากเฝ้าระวัง และในช่วงวัน 2 วันนี้ มวลน้ำเริ่มจะทรงๆ ตัว บ้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละคืบสองคืบ (20-25 เซนติเมตร)

ขณะที่ นายประสิทธิ รอดกล่ำ จิกสามร้อย หมู่ที่ 1 ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ถูกน้ำท่วม กล่าวว่า แม่น้ำยมมีระดับเพิ่มสูงขึ้นจนไหลท่วมบ้าน โดยเฉพาะชั้นล่างที่เคยเป็นที่นอน ซึ่งตนมีสมาชิกภายในบ้านจำนวนมาก จึงต้องนอนบนเตียงนอน ในชั้นล่างที่ถูกน้ำท่วมขัง ซึ่งหากฝนตกบริเวณที่นอนอยู่ชั้นล่างน้ำท่วมจะเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้าน ที่ใช้เรือในการเข้าออกในหมู่บ้าน ยังกังวลกับปริมาณฝน ซึ่งหากมีปริมาณฝนตกเพิ่ม ยิ่งจะทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขัง อยู่เพิ่มระดับขึ้น

ขณะที่ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิจิตรสรุปข้อมูลอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร มีพื้นที่ 10 อำเภอ 33 ตำบล 186 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 688 ครัวเรือน คือ อ.เมืองพิจิตร อ.วังทรายพูน อ.ดงเจริญ อ.วชิรบารมี อ.สามง่าม อ.โพทะเล อ.ทับคล้อ อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.สากเหล็ก และอ.บึงนาราง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือ พร้อมสำรวจความเสียหาย