ต.ค.นี้มาถึงแน่! อภ.เผยความคืบหน้า ยัน โมเดอร์นา ล็อตแรกมาตามกำหนด

บริษัทซิลลิคฯ ยืนยันกำหนดการนำเข้า โมเดอร์นา เป็นไปตามลำดับการสั่งซื้อกับผู้ผลิต (First Come First Serve) โรงพยาบาลเอกชนมั่นใจมีวัคซีนฉีดให้ผู้สั่งจองแน่นอน

องค์การเภสัชกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุม วานนี้ (14 ก.ย.) ติดตามความคืบหน้าการส่งมอบวัคซีนโมเดอร์นา ร่วมกับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จํากัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยบริษัท ซิลลิคฯ ได้แจ้งความคืบหน้าว่าด้วยกฎเกณฑ์การส่งมอบที่ต้องดำเนินการตามแนวทางของบริษัทผู้ผลิตต่างชาติและเป็นแนวทางเดียวกันกับทุกประเทศที่สั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความต้องการวัคซีนจำนวนมาก

โดยวัคซีนโมเดอร์นา จำนวน 1,958,400 ล้านโดส ผู้ผลิตจะสามารถส่งมอบล็อตแรกถึงไทยประมาณกลางเดือนตุลาคมนี้ และจะทยอยส่งสัปดาห์ละ 3 แสนกว่าโดส ต่อเนื่องทุกสัปดาห์จนครบในไตรมาส 4 ปี 2564 ส่วนที่เหลืออีกกว่า 3 ล้านโดส บริษัทจะได้เร่งทยอยส่งมอบจนจบดีลไม่เกินเดือนมีนาคม 2565 ทั้งนี้ ในแต่ละครั้งที่ส่งมอบ บริษัทซิลลิคฯ จะส่งวัคซีนให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพตามกระบวนการ โดยใช้เวลาอีก 3-5 วัน ก่อนกระจายวัคซีนไปยังโรงพยาบาลเอกชนต่อไป

ในส่วนของการจัดสรรจำนวนวัคซีนที่บริษัทซิลลิคฯ นำเข้ามาในแต่ละครั้ง องค์การเภสัชกรรมจะจัดสรร ตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของยอดโควต้าที่มีการจองเข้ามาเป็นหลัก ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนและสภากาชาดไทย โดยจะมีการแจ้งให้โรงพยาบาลทราบล่วงหน้า เพื่อให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งกำหนดเวลาบริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่สั่งจองต่อไป

บริษัทซิลลิคฯ ยังได้ยืนยันว่า การดำเนินงานร่วมกับองค์การเภสัชกรรมและสมาคมโรงพยาบาลเอกชนในการนำเข้าและส่งมอบวัคซีนวัคซีนโมเดอร์นา นับเป็นพันธสัญญาแรกในประเทศไทย ดังนั้นกำหนดการส่งมอบจึงเป็นไปตามลำดับการสั่งซื้อกับผู้ผลิต (First Come First Serve) โรงพยาบาลเอกชนจึงมั่นใจได้ว่าจะมีวัคซีนฉีดให้ผู้สั่งจองตามกำหนดการตามแผนแน่นอน

องค์การเภสัชกรรม และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ได้ติดตามความคืบหน้าการนำเข้าวัคซีนจากบริษัทซิลลิคฯ อย่างต่อเนื่อง และหลังจากนี้จะได้กระชับการติดตามให้มากขึ้นเนื่องจากใกล้เวลาการส่งมอบ ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องดำเนินงานในกระบวนการอีกหลายอย่าง อีกทั้งได้พยายามเร่งรัดให้บริษัทซิลลิคฯ ส่งมอบวัคซีนทางเลือกมาให้บริการกับประชาชนไทยให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยบริษัทซิลลิคฯ จะรายงานข้อมูลความคืบหน้าให้องค์การเภสัชกรรมและสมาคมโรงพยาบาลเอกชนทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้แจ้งความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบต่อไป